19

ภญ ชนิดา จินดาสุข


ไข้หรืออาการตัวร้อน คือสภาวะที่อุณหภูมิร่างกายสูงกว่าอุณหภูมิร่างกายปกติ โดยอุณหภูมิปกติของร่างกายคือ 37 องศาเซลเซียส สาเหตุของอาการไข้ เกิดได้ทั้งจากการติดเชื้อต่างๆ ทั้งเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรีย การที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายผิดปกติ การได้รับวัคซีน เมื่อร่างกายเกิดการอักเสบ สภาวะที่ร่างกายขาดน้ำเช่นเมื่อท้องเสีย หรือแม้กระทั่งการตากแดดหรืออยู่ในที่ที่อากาศอบร้อนเป็นเวลานาน


สิ่งที่ควรระวังเมื่อมีไข้คือ การมีไข้สูงมากกว่า 38.5 องศาเซลเซียส อาจทำให้เกิดอาการชัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กอายุ 6 เดือน – 6 ปี ดังนั้น เมื่อมีอาการไข้ ควรรับประทานยาลดไข้ ร่วมกับการเช็ดตัว และการใช้แผ่นเจลลดไข้เพื่อช่วยลดอุณหภูมิของร่างกายลง


การปฏิบัติตัวเมื่อมีไข้

• รับประทานยาลดไข้ เช่นยาพาราเซตามอล เมื่อมีอาการไข้เท่านั้น ไม่สามารถรับประทานเพื่อป้องกันการเป็นไข้ โดยยาจะออกฤทธิ์นาน 4-6 ชั่วโมงต่อการรับประทาน 1 ครั้ง 

• เช็ดตัวเพื่อลดอุณหภูมิร่างกาย โดยการใช้ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กชุบน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง แล้วบิดให้พอหมาด เช็ดบริเวณหน้า ลำตัว แขน ขา โดยเช็ดจากปลายมือ ปลายเท้าเข้าสู่ลำตัวโดยเช็ดย้อนรูขุมขนให้รูขุมขนเปิด จะช่วยระบายความร้อนได้ดี ทั้งนี้ไม่ควรใช้น้ำเย็นหรือน้ำใส่น้ำแข็ง เนื่องจากจะทำให้หลอดเลือดหดตัว การระบายความร้อนจะไม่ดีเท่าที่ควร 

• ใช้แผ่นเจลลดไข้ หรือผ้าชุบน้ำบิดพอหมาดพับเป็นผืนเล็กๆ วางไว้บริเวณหน้าผาก ข้อพับ ซอกคอ ซอกรักแร้ เพื่อระบายความร้อน การใช้แผ่นเจลลดไข้เพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้ใช้วิธีลดไข้อื่นๆร่วมด้วย ไม่สามารถลดไข้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

• จิบน้ำ หรือน้ำเกลือแร่บ่อยๆ เพื่อป้องกันอาการขาดน้ำ 

• ใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี 

• พักผ่อนให้เพียงพอ ในบริเวณที่อากาศถ่ายเทได้ดี 

ถ้ามีอาการไข้สูงติดต่อกันนานกว่า 3 วัน หรือมีอาการไข้ร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น อาการปวดศีรษะรุนแรง มีผื่นตามตัว ปวดท้อง คอแข็ง หรือใช้การบรรเทาไข้โดยวิธีด้านต้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุของอาการไข้ และให้การรักษาที่เหมาะสมมากที่สุด