61

ภญ.ชุติวรรณ ศรีศักดิ์หิรัญ


เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนในประเทศไทย แน่นอนต้องหนีไม่พ้นการเผชิญแสงแดดที่ร้อนแรง ทั้งรังสี UVA และUVB จากแสงแดดนอกจากเป็นสาเหตุทำให้ผิวไหม้หมองคล้ำ ยังเป็นต้นเหตุของการเกิดฝ้ากระจุดด่างดำ ริ้วรอยก่อนวัย รวมถึงมะเร็งผิวหนัง ดังนั้นการเลือกครีมกันแดดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยปกป้องผิวจากปัญหาดังกล่าว

สำหรับเทคนิคในการเลือกครีมกันแดด มีดังนี้


  1.  เลือกประเภทของครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิว กันแดดเนื้อครีม: เหมาะสำหรับผิวธรรมดา และผิวแห้ง เพราะมีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ ซึ่งช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื่น กันแดดเนื้อเจล/น้ำนม: เหมาะสำหรับคนที่มีผิวมันหรือผิวผสม เพราะซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ กันแดดแบบสเปรย์: เหมาะกับบริเวณที่ทาได้ไม่ทั่วถึง หรือต้องการความรวดเร็ว สะดวก
  2. เลือกค่าป้องกันแสงแดดให้เหมาะสมกับกิจกรรม ครีมกันแดดจะมีค่าป้องกันแสงแดดหรือค่า SPF (Sun-Protection Factor) ระบุไว้บนผลิตภัณฑ์ โดยค่า SPF คือตัวเลขที่ใช้บอกระดับการปกป้องผิวจากรังสียูวีบี โดยค่าสูงสุดที่แสดงได้คือ SPF50+ และสำหรับค่าที่บอกถึงประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA คือ PA โดยปัจจุบันสูงสุดคือ PA++++ ทั้งนี้ปัจจัยในการเลือกผลิตภัณฑ์ขึ้นกับระยะเวลาที่ออกแดด ช่วงเวลาที่ออกแดด สภาพแวดล้อม ฤดูกาล และอากาศ รวมถึงระดับความแรงของแสงแดด
  3. หากเป็นกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องสัมผัสกับเหงื่อหรือน้ำ อย่าลืมเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า “water resistant” เพื่อช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีเมื่ออยู่ในน้ำได้นานขึ้น
  4. ผลิตภัณฑ์กันแดดที่ใช้กลไกปกป้องผิวแบบกายภาพเช่น Titanium dioxide หรือ Zinc oxide จะก่อให้เกิดการระคายเคืองได้น้อยกว่าผลิตภัณฑ์กันแดดที่ใช้กลไกปกป้องผิวแบบเคมี จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย และควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น แอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือวัตถุกันเสีย และสำหรับเด็กควรเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดสำหรับเด็กโดยเฉพาะ


ทั้งนี้ เทคนิคการใช้ครีมกันแดดก็สำคัญเช่นกัน ควรทาครีมกันแดดล่วงหน้า 30 นาทีก่อนออกแดด และควรทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2 ชม. นอกจากนี้เมื่อต้องออกแดด ควรสวมหมวก กางร่ม ใช้แว่นดำ หรือใช้วิธีการอื่นในการป้องกันแสงแดดควบคู่ด้วย ก็จะทำให้เราสามารถปกป้องการเกิดปัญหาผิวจากแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ