24

มีคำกล่าวที่ว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ เพราะดวงตานอกจากจะเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำให้เรามองเห็นโลกที่สวยงามแล้ว ยังสามารถสื่อถึงความรู้สึกของเราได้ดี ดวงตาจึงเป็นอีกหนึ่งอวัยวะที่เราควรให้ความสำคัญและได้รับการดูแลเป็นอย่างดี บทความนี้จะพาผู้อ่านไปทำความรู้จักกับ tips ในการดูแลสุขภาพตาให้มีความแข็งแรงและไม่เสื่อมสภาพกันค่ะ 

 

Tips 1: พักสายตาเมื่อมีงานการใช้งานอย่างหนักหน่วง 

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีต่างๆ ที่สะดวกต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ก็ส่งผลทำให้ตาของเรามีการทำงานที่หนักมากขึ้น จากสถิติในปี 2020 พบว่าคนทั้งโลกมีค่าเฉลี่ยการงานอินเทอร์เน็ตอยู่ที่ 155 นาทีต่อวัน แต่เมื่อมาดูสถิติของประเทศไทยในปี 2019 พบว่าคนไทยใช้เวลากับสื่อออนไลน์ถึง 9.01 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งการจ้องหน้าจอนานๆ ส่งผลกับสุขภาพของตาโดยตรง ทั้งทำให้เกิดอาการตาแห้ง ปวดตา ตาพร่า ปวดขมับและทำให้สายตาผิดปกติ ทั้งทำให้สายตาสั้น และเอียง นอกจากนี้ยังเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่เร่งการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมได้  


เมื่อมีการใช้สายาตากับสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือ ควรมีการพักสายตาเป็นระยะทุกๆ ครึ่งชั่วโมง โดยปิดหน้าจอแล้วเบนสายตามองไปยาวๆ มองสิ่งที่ทำให้สบายตา เช่น วิวนอกบ้าน ต้นไม้ หรือหลับตา นอกจากนี้ควรจำกัดระยะเวลาในการอยู่กับหน้าจอ โดยแบ่งเวลาไปทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น ปลูกต้นไม้ ทำงานบ้าน ออกกำลังกาย หรือแม้กระทั่งการสังสรรค์กับคนรอบตัว ก็จะเป็นการลดระยะเวลาในการใช้สายตากับหน้าจอ  


การใช้สายตาบนรถหรือยานพาหนะที่เคลื่อนที่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้มีการใช้สายตามากเกินไป ก่อให้เกิดอาการตาพร่า ปวดตา หรือเวียนศีรษะ ดังนั้นขณะรถวิ่งไม่ควรอ่านหนังสือหรือใช้งานโทรศัพท์ รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์ที่หน้าจอสว่างมากเกินไปในที่มืด  

 

Tips 2: รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ช่วยบำรุงสายตา 

การรับประทานอาหารที่มีสารอาหารที่ช่วยบำรุงสายตา เช่น วิตามินเอ กรดไขมันโอเมก้า 3 ลูทีน วิตามินอีและวิตามินซี จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและนำสารอาหารที่จำเป็นไปหล่อเลี้ยงดวงตา ช่วยบรรเทาอาการตาล้า ตาพร่าและชะลอการเกิดโรคต่างๆ ทางสายตา เช่น จอประสาทตาเสื่อม แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหารที่ช่วยบำรุงสุขภาพตา ได้แก่  

• ผักผลไม้ที่มีสีส้มหรือสีเหลือง เช่น แครอท ซึ่งอุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีนช่วยบำรุงสายตา  

• ปลาแซลมอน ทูน่า หรือปลาที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของไขมันในตา ช่วยป้องกันและบรรเทาอาการตาแห้ง  

• ผลไม้จำพวกเบอร์รี่ที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ สารอาหารที่สำคัญสำหรับการบำรุงสายตา 

• ผลไม้รสเปรี้ยวที่อุดมไปด้วยวิตามินซี สารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญช่วยชะลอการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม 

• ไข่ ถั่ว โปรตีน และธัญพืชต่างๆ  


Tips 3: ปกป้องดวงตาจากแสงแดด 

แสงแดดที่แรงมากเกินไปสามารถทำรายดวงตา และเป็นสาเหตุของโรคตาต่างๆ เช่น โรคต้อกระจก โรคจอประสาทตาเสื่อม ดังนั้นเมื่อต้องออกแดด ควรปกป้องดวงตาโดยการใส่แว่นตากันแดดชนิด polarized ที่ช่วยกรองรังสียูวีเอและยูวีบี ต้นเหตุของโรคตาต่างๆ นอกจากนี้การสวมหมวกเมื่อออกแดดร่วมกับการใส่แว่นกันแดด ก็สามารถช่วยเสริมฤทธิ์การปกป้องดวงตาจากรังสีทั้งสองได้ดีมากขึ้น 

 

Tips 4: หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางเก่า  

เครื่องสำอางเก่าอาจเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการติดเชื้อที่ตาได้ ซึ่งอายุการใช้งานของเครื่องสำอางแต่ละชนิดก็แตกต่างกันไปดังนี้ 

• มาสคาร่า อายไลเนอร์ อายแชโดว์แบบน้ำ หรือเครื่องสำอางสำหรับตาที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบจะมีอายุการใช้งานประมาณ 3 เดือนหลังจากเปิดใช้งาน  

• อายแชโดว์แบบครีม อายครีม รองพื้น คอนซีลเลอร์ มีอายุการใช้งาน 1 ปีหลังจากเปิดใช้งาน

• อายแชโดว์แบบฝุ่น ดินสอเขียนคิ้ว มีอายุการใช้งาน 2 ปีหลังจากเปิดใช้งาน  

 

Tips 5: หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่  

การสูบบุหรี่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ตัวการสำคัญของโรคตาหลายชนิด รวมถึงโรคจอประสาทตาเสื่อม โรคต้อกระจก และยังเร่งการทำลายเส้นประสาทตา ส่งผลทำให้เกิดอาการตาบอดได้เร็วกว่าปกติ ดังนั้นการเลิกบุหรี่รวมถึงหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ผู้ที่สูบบุหรี่ ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยถนอมสายตาได้  

 

Tips 6: ออกกำลังกายและรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง  

การออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงห่างไกลจากโรคเรื้อรังต่างๆ ทั้งโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานและโรคไขมันในเส้นเลือด อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญต่อโรคแทรกซ้อนของดวงตา เช่น อาการเบาหวานขึ้นตา ถ้าหากไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ทำให้เสี่ยงต่อการตาบอดในที่สุด นอกจากการออกกำลังกายแล้ว การควบคุมอาหาร ความคุมอารมณ์และจิตใจ ก็เป็นปัจจัยส่งเสริมทำให้ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลจากโรคเรื้อรังต่างๆ ได้  

 

Tips 7: การใช้น้ำตาเทียม 

การใช้น้ำตาเทียมเป็นประจำ ช่วยบรรเทาอาการตาแห้ง ที่เกิดได้ทั้งจากการจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน การอยู่ในที่ที่มีฝุ่นมากรวมถึง pm 2.5 การใส่คอนแทคเลนส์และจากการที่อายุเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อเลือกน้ำตาเทียมที่เหมาะสมกับผู้ใช้งานมากที่สุด ทั้งนี้ไม่ควรใช้น้ำตาเทียมหรือยาหยอดตาของคนอื่น เพื่อป้องกันการติดเชื้อหรืออาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากใช้ยาหยอดตาที่ไม่เหมาะสม ไม่ควรใช้ยาหยอดตาที่เปิดมานานเกิน 30 วัน  

 


เอกสารอ้างอิง 

1. Statista 2020. Average time spent using online media in Thailand in third quarter of 2019, by activity. Retrieved from https://www.statista.com/statistics/804035/daily-time-spent-using-online-media-by-activity-thailand/ 

2. Statista 2020. Daily time spent with the internet per capita worldwide from 2011 to 2021, by device. Retrieved from https://www.statista.com/statistics/319732/daily-time-spent-online-device/