47


เบาหวาน คือโรคที่เกิดจากความผิดปกติของการขาดฮอร์โมนอินซูลิน หรือฮอร์โมนอินซูลินทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้ผู้ป่วยมีน้ำตาลในเลือดปริมาณสูง ในระยะยาวส่งผลทำให้เกิดความเสื่อมของอวัยวะในร่างกาย และเกิดโรคแทรกซ้อนอื่นตามมา ซึ่งสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งของการเกิดโรคเบาหวานคือเรื่องของโภชนาการ ดังนั้นกินอยู่อย่างไรให้ห่างไกลเบาหวาน มีคำแนะนำดังนี้ค่ะ


1. งดกินน้ำตาลเกินความจำเป็น

ไม่รับประทานอาหารที่มีรสชาติหวานจัด เครื่องดื่มผสมน้ำตาลต่างๆ เช่น ชา กาแฟ น้ำหวาน ชานมไข่มุก รวมถึงขนมจำพวกเบเกอรี่ ขนมหวาน เนื่องจากการรับประทานน้ำตาลเป็นระยะเวลานานๆ จะทำให้ฮอร์โมนอินซูลินทำงานได้ลดลง ส่งผลให้เกิดโรคเบาหวานได้


2. รับประทานอาหารให้หลากหลาย และครบ 5 หมู่

รับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม ถึงแม้กลุ่มอาหารประเภทแป้งจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลซึ่งมีผลกับระดับน้ำตาลในเลือด แต่แป้งก็ยังเป็นอาหารหลักที่ให้พลังงาน ดังนั้น กลุ่มแป้งที่รับประทาน ควรเลือกชนิดที่ไม่ได้ขัดสี หรือผ่านการขัดสีเพียงเล็กน้อย เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท และธัญพืชที่ไม่ขัดสี เช่น ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เล่ย์ ข้าวโพด เพราะทำให้ได้วิตามิน แร่ธาตุ ตลอดจนใยอาหาร


3. กินผัก ผลไม้ที่มีใยอาหารสูง

ผักและผลไม้เป็นแหล่งของวิตามิน แร่ธาตุต่างๆ ใยอาหาร สารต้านอนุมูลอิสระ และสารพฤกษเคมีที่ช่วยป้องกันเบาหวาน เส้นใยอาหารยังช่วยในการชะลอการดูดซึมน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือด ดังนั้นจึงควรกินผักผลไม้เป็นประจำทุกวัน แต่ควรระวังในผลไม้ที่หวานจัด และควรหลีกเลี่ยงผลไม้เชื่อม แช่อิ่ม กวน ตากแห้ง ดอง และผลไม้กระป๋อง เนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลสูง และอาจมีเกลืออยู่ด้วย


4. ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ

ออกกำลังกายให้ต่อเนื่องครั้งละอย่างน้อย 30 นาที สัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง โดยให้ได้ระยะเวลารวม 150 นาทีขึ้นไป เพื่อทำให้ระบบการเผาผลาญทำงานได้ดี และเพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง


5. หมั่นดูแลน้ำหนักตัว

ดูแลน้ำหนักตัวเองอย่าให้อ้วน โดยทั่วไปอัตราการลดน้ำหนักที่เหมาะสม และไม่มีอันตรายคือสัปดาห์ละ 0.5 กิโลกรัม โดยการลดน้ำหนักเพียง 5-10% ของน้ำหนักเดิมสามารถเพิ่มความไวต่ออินซูลิน ลดความดันโลหิต ลดไขมัน และลดความเสี่ยงอื่นๆ จากโรคอ้วนได้


6. ตรวจเช็คสุขภาพเป็นประจำทุกปี

ตรวจสุขภาพเป็นประจำปีทุกปี เพื่อเช็คระดับน้ำตาลและความแข็งแรงของร่างกายด้านอื่นๆ เพื่อรับมือกับอาการหรือโรคที่อาจจะเกิดขึ้น