25

พท.ภ. อมรรัตน์ ธานินทราวัฒน์


สัญญาณสำคัญที่ทำให้รู้ว่าผิวเราเริ่มมีอายุมากขึ้น เช่น การเกิดริ้วรอย ฝ้า กระ จุดด่างดํา และปัจจัยหลายประการที่ทำให้เกิดสัญญาณเหล่านี้


ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง

1. ปัจจัยภายใน Intrinsic factor คือความเสื่อมของเซลล์ตามเวลา เซลล์มีการแบ่งตัวได้ช้าลง การซ่อมแซมเซลล์เพื่อสร้างเซลล์ใหม่ลดลง รวมทั้งการเกิดอนุมูลอิสระ ทำให้เกิดการสะสมของเสีย เกิดกลไกการทำลายเซลล์มากขึ้น

2. ปัจจัยภายนอก Extrinsic factor เป็นผลจากสิ่งแวดล้อม เช่น การโดนแดด, มลภาวะในแสงแดด ประกอบด้วย UVA, UVB ซึ่งมีผลในการทำลาย DNA ของเซลล์ผิวหนัง มีผลทำให้เซลล์มีการทำลาย ร่วมกับมีการเกิดอนุมูลอิสระที่มากขึ้น ส่งผลทำให้เซลล์เสื่อมสภาพลง 


วิธีดูแลผิวที่เหมาะ 

1. ใช้คลีนเซอร์ให้เหมาะสม

การทำความสะอาดใบหน้าถือเป็นขั้นตอนการดูแลผิวที่สำคัญ โดยเฉพาะเมื่อคุณอายุมากขึ้น ซึ่งผิวของคุณก็จะแห้งง่ายมากขึ้น ดังนั้นกุญแจสำคัญคือการใช้คลีนเซอร์ที่เหมาะสำหรับผิวที่แห้งขึ้น โดยให้คุณเลือกใช้คลีนเซอร์สูตรเนื้อครีมแทนสูตรที่เป็นเนื้อโฟมหรือเจล เพราะแบบนั้นจะดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวมากกว่า

2. เติมความชุ่มชื้น

หลังจากผ่านพ้นช่วงวัยทอง ผิวของคุณจะแห้งมากขึ้น เพราะต่อมไขมันจะทำงานได้แย่กว่าเดิม ทั้งนี้ให้คุณเติมความชุ่มชื้น ให้ผิวโดยใช้ครีมที่มีเนื้อหนักขึ้น รวมถึงหลีกเลี่ยงการอาบน้ำเป็นเวลานานหรืออาบน้ำร้อน และทาครีมมอยส์เจอไรเซอร์เมื่อผิวยังคงมีความชื้น

3. ใช้ครีมกันแดด

แม้ว่าโรคมะเร็งผิวหนังและริ้วรอยจะเกิดขึ้นจากปริมาณของแสงอาทิตย์ที่สะสมตั้งแต่ช่วงวัย 20 - 49 ปี แต่คุณก็ยังจำเป็นต้องปกป้องผิวจากแสงแดดค่ะ เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถในการปกป้องผิวตามธรรมชาติของเราก็จะน้อยกว่าตอนอยู่ในช่วงวัยหนุ่มสาว ดังนั้นคุณควรทาครีมกันแดดทุกวัน โดยให้เลือกสูตรที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป

4. จัดการกับจุดด่างดำ

เมื่ออายุมากขึ้น จุดด่างดำที่เกิดตามใบหน้า มือ และหน้าอกจะดูชัดเจนในช่วงวัยทอง ซึ่งคุณสามารถป้องกันโดยใช้ครีมกันแดดหรือเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ 

5. อย่าเครียด

ความเครียดสามารถทำให้ผิวแห้งและบอบบางมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นตัวการที่ทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงิน นอกจากนี้ถ้าคุณเครียด คุณอาจไม่มีอารมณ์ปรนนิบัติผิวหรือดูแลตัวเอง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณควรกำจัดความเครียดให้หมดไป สำหรับวิธีที่ช่วยคลายเครียด หรือทำให้คุณสงบลงก็ได้แก่การฝึกโยคะหรือการนั่งสมาธิ

6. ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายไม่เพียงแต่ช่วยให้กล้ามเนื้อตึงตัวเท่านั้น แต่มันยังช่วยคลายเครียด อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ซึ่งจะชะลอตัวเมื่อเราอายุมากขึ้น การไหลเวียนของเลือดและออกซิเจนที่มากขึ้นสามารถช่วยให้ผิวดูสดใสและดูมีสุขภาพดี

7. นอนให้เพียงพอ

การนอนให้เพียงพอสามารถช่วยให้ผิวดูสดใสขึ้น อีกทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดรอยคล้ำใต้ดวงตา การนอนไม่เพียงพอสามารถทำให้ระดับของฮอร์โมนในร่างกายและเมทาบอลิซึมเปลี่ยนไปเช่นเดียวกับเมื่อคุณแก่ชรา ดังนั้นคุณควรนอนให้ได้วันละ 7 – 9 ชั่วโมงต่อคืน


เมื่ออายุมากขึ้น เป็นเรื่องปกติที่ผิวของเราก็จะค่อยๆ เสื่อมสภาพ ผิวที่เต่งตึง และดูเปล่งปลั่งก็จะค่อยๆ เหี่ยวย่นและแห้งกร้าน หากคุณอยู่ในช่วงวัยทอง และรู้ตัวว่ากำลังเผชิญกับปัญหาผิวดังกล่าว การทำตามวิธีที่เรากล่าวไปก็พอจะช่วยบรรเทาปัญหาผิวได้


เอกสารอ้างอิง :


1. โรงพยาบาลพญาไท : บทความทางการแพทย์ ปัญหาผิวหนังในผู้สูงอายุ

https://www.phyathai.com/article_detail/1847/th/ปัญหาผิวหนังในผู้สูงอายุ

2. วิธีดูแลผิวสำหรับคนวัย 50 ปีขึ้นไป : https://www.honestdocs.co/8-skin-care-for-people-ages-50-up